ภารกิจพิชิต “เบาหวาน” เป็นหนุ่มใหม่ด้วยวัย 50 ปี

 

 

จากชายวัยกลางคน รูปร่างท้วม ลงพุง และมีโรคประจำตัวคือ  เบาหวาน ความดัน เส้นเลือดหัวใจตีบ
กลายมาเป็นหนุ่มฟิตคนใหม่ด้วยวัย 50 ปี!
กำลังใจดีๆจากครอบครัวและความตั้งใจของเขา ทำให้มาถึงจุดนี้ได้ค่ะ
สิ่งสำคัญที่เห็นคือ นอกจากรูปร่างที่ดีขึ้นแล้ว โรคภัยก็หาย แถมยังพาทุกคนในครอบครัวมาแข็งแรงด้วยกันอีกด้วย ต้องยกให้เป็นตัวอย่างหัวหน้าครอบครัวจริงๆค่ะ

จากคนเขียนกระทู้

ปีหน้าอายุ50… กับความตั้งใจที่จะเปลี่ยนตัวเองมาตลอด4ปี จากแนวคิด เราไม่ได้แก่แค่เกิดก่อนเท่านั้นเอง

ลดความอ้วน4ปีลดได้แค่6โล แต่จะแคร์ทำไมกับตัวเลขบนตาชั่งเมื่อเราหุ่นดีขึ้น…..

Weight Trainning กับภาระกิจฟิตหุ่นดี ภาค2 >>> พ่อวัย49 ลูกชายวัย20 ลูกสาววัย14<<<

5ปีกับภารกิจลดพุงลดโรคของผู้ชายวัย50…

หรือคุณตี๋ Derbyrock (เด็กส่งนม) จาก pantip นั่นเองค่ะ

ใครที่ได้ตามอ่านพันทิป หรืออ่านกระทู้เหล่านี้จากที่แชร์กันตามเพจสุขภาพคงจะผ่านตากันมาไม่น้อยกับคุณตี๋นะคะ ซึ่งจริงๆแล้วคุณตี๋เนี่ย.. คือเหล่ากู๋ของพราวเองค่ะ (น้องของยาย) เป็นญาติสนิทๆ เห็นหน้าค่าตากันมาตลอดนี่ละค่า อิอิ

พราวตั้งใจจะสัมภาษณ์เล็กน้อยๆคุณตี๋ เพื่อมาเป็นแรงบันดาลใจ แชร์เรื่องราวดีๆให้กับทุกคนนะคะ
โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวอย่าง เบาหวาน ความดัน โรคอ้วน หรือไม่ต้องเป็นเองก็ได้ มีคนใกล้ตัว ญาติพี่น้องเป็น แชร์กระทู้นี้ บอกเล่าเรื่องราวดีๆให้เขากันค่ะ อย่าท้อ! ลุกขึ้นมาดูแลตัวเองและออกกำลังกายตั้งแต่วันนี้นะคะ รับรองว่านอกจากพุงที่ยุบ โรคที่หายแล้ว คุณจะยังกลับมารู้สึกเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง แถมยังสุขภาพดีขึ้นอีกด้วยค่ะ

มาม่ะ ก็มาเริ่มบทสัมภาษณ์เล็กน้อยกันเลยดีกว่า

พราว : ย้อนไปสัก 5 ปี ทำไมถึงตัดสินใจออกกำลังกายในวัยที่อายุ 45ปี แล้วคะ

ช่วงแรกที่หันมาออกกำลังกาย เพราะลูกกับแฟนชวนไปฟิตเนส ตอนนั้นก็คิดว่าไปยืดเส้นยืดสายนิดหน่อย ตอนนั้นอ้วนและคิดว่าตัวเองเป็นคนป่วย มีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดันสูง เส้นเลือดหัวใจตีบ จึงไม่กล้าออกกำลังกายเพราะคิดเสมอว่าเป็นโรคหัวใจห้ามออกกำลังกายเดี๋ยวหัวใจวาย วันแรกที่เข้าฟิตเนสขึ้นลู่วิ่ง วิ่งยังไม่ได้นาทีก็เหนื่อยแล้ว จุดเปลี่ยนจริงๆคือไปอ่านบทความหนึ่งเป็นการวิจัยของการแพทย์ยุคใหม่ซึ่งพบว่าคนเป็นโรคหัวใจ เส้นเลือดหัวใจตีบ สามารถออกกำลังกายเพื่อรักษาได้ เพราะเลือดจะสูบฉีดตอนเราออกกำลังกาย จะไปช่วยขยายหลอดเลือดไม่ให้ตีบตัน จึงเริ่มจริงจังกับการออกกำลังกาย

พราว : ความรู้สึกแรกที่จับอุปกกรณ์ รู้สึกยังไง คิดว่าตัวเองจะไหวไหม      

ไม่เคยคิดจะเล่นเวทเลยแต่ลูกชายอยากเล่น เลยจะเล่นเป็นเพื่อน ครั้งแรกที่ลองยกก็กล้าๆกลัวๆเพราะมันหนัก กลัวมันจะหล่นมาทับโดยเฉพาะบาร์เบล แต่ด้วยความอยากจะเล่นเป็นเพื่อนลูก ลูกเล่นอะไรก็เล่นตาม ช่วงแรกก็เล่นค่อนข้างมั่วตามประสามือใหม่

จากนั้นเริ่มศึกษาการออกกำลังกายแบบจริงจัง อ่านและทดลองเล่น ดูผลจากตัวเอง พบว่าตัวเองเล่นเวท วันละ6-8ท่า ท่าละ3เซ็ท แบ่งเล่นกล้ามเนื้อวันละส่วนหรือ2ส่วน ใช้เวลาเล่นเวทประมาณ40นาที จากนั้นจะคาร์ดิโอด้วยการวิ่ง20นาที ออกกำลังกาย1ชั่วโมง ออกกำลังกายจันทร์ถึงศุกร์ เสาร์อาทิตย์พัก ใช้เวลาตั้งแต่ถึงฟิตเนสจนกลับไม่เกิน2ชั่วโมง

พราว : แล้วช่วงที่เริ่มใหม่ๆเลย  เริ่มแบบไหนคะ แล้วพัฒนามาอย่างไรบ้าง

ช่วงที่เล่นใหม่ๆก็เล่นมั่วๆไป มีเครื่องอะไรว่างก็เล่น จากนั้นเริ่มศึกษาจริงจัง จริงๆแล้วเราควรศึกษาอย่างจริงจัง เพราะการออกกำลังกายเป็นวิทยาศาสตร์ การออกกำลังกายที่ถูกต้องและเหมาะสมจะช่วยทำให้เราถึงเป้าหมายที่วางไว้ โชคดีที่ได้ไปเล่นฟิตเนสแล้วเจอกลุ่มเพื่อนรุ่นน้องที่คุยกันถูกคอเลยเล่นด้วยกัน ได้พวกน้องๆช่วยเทรนช่วยจับท่าให้ จุดที่ทำให้พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือจ้างเทรนเนอนร์ส่วนตัวมาเทรนให้ผมกับลูก จริงๆตอนนั้นเล่นฟิตเนสมา3ปีแล้วแต่ยังพัฒนาไม่ดีเท่าไหร่ จ้างเทรนเนอร์มาแก้ไขท่าการเล่นให้ถูกต้อง จ้างแบบคุยกับเทรนเนอร์เลยว่าจะจ้างคอร์สเดียว จ้างมาเพื่อแก้ไขท่าเล่นให้ถูกต้อง เพราะการเล่นเวทสำคัญที่สุดคือท่าเล่นที่ถูกต้อง ส่วนคาร์ดิโอ ปกติคนเล่นเวทจะใช้วิธีเดินเร็วไม่วิ่งเพราะกลัวกล้ามหาย แต่อยากให้ร่างกายฟิตเลยเลือกที่จะวิ่งหลังล่นเวท และจากที่ทดลองพบว่าวิ่ง20นาทีเหมาะสมกับตัวเอง กล้ามไม่หายไขมันลดร่างกายมีความฟิต

 

 

 

พราว : อยากให้พูดถึงครอบครัวค่ะ ว่าเป็นแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายอย่างไร

หันมาออกกำลังกายได้แบบทุกวันนี้ต้องบอกว่ามาจากครอบครัว ถ้าลูกๆไม่อยากออกกำลังกายก็คงไม่ได้ออก  ตอนนั้นแค่อยากทำกิจกรรมกับลูกเท่านั้น แต่ตอนนี้พอผมจริงจังลูกๆก็เลยต้องจริงจังตาม

 

จากที่คุณตี๋ตอบมาส่วนนี้ จะเห็นได้ชัดเลยค่ะว่าคุณพ่อที่เป็นหัวหน้าครอบครัวนี่ล่ะ ที่พาทุกคนมาเป็น Healthy & Fit Family ได้  อิอิ

 

 

พราว : ดูแลเรื่องการกินอย่างไร และมีเคล็ดลับการทานเฉพาะตัวมั้ยคะ ว่าแบบไหนดีเหมาะสมกับตัวเราที่สุด

ส่วนเรื่องการกิน หลังจากออกกำลังกายก็เริ่มศึกษาเรื่องการกิน พบว่าเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเราควรกินให้มากกว่าค่าBMRแต่น้อยกว่าTDEE เปลี่ยนแปลงการกินแบบหน้ามือหลังมือ เมื่อก่อนเป็นคนชอบกินข้าวกินของมันๆไม่กินผัก เปลี่ยนมากินข้าวน้อยเน้นกินกับข้าวหันมากินผัก ไม่เติมน้ำตาลลงในสิ่งที่จะกิน จันทร์ถึงเสาร์ควบคุมการกินแบบค่อนข้างเคร่งครัด ส่วนวันอาทิตย์จะเป็น Cheat Day กินบุฟเฟต์กินอะไรที่อยากกิน

 

พราว: หลังจากนี้มีเป้าหมายอย่างไรบ้าง ในด้านการออกกำลังกาย 

เป้าหมายการออกกำลังตอนนี้คงป็นเรื่องสุขภาพ ออกกำลังกายให้ควบคุมเบาหวานได้ โรคหัวใจไม่แสดงอาการ  ลด%ไขมันในร่างกาย สนุกกับการบิวท์หุ่นตัวเอง

 

ฟิตกันทั้งคุณพ่อ คุณลูกเชียวค่ะ 

 

พราว : อยากให้ฝากอะไรถึงคนที่พึ่งเริ่มออกกำลังกาย ลดน้ำหนักค่ะ

อยากจะบอกทุกคนว่าไม่มีอะไรยากเกินที่จะทำ เราทุกคนรู้อยู่แล้วว่าถ้าจะลดความอ้วน ต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกาย แค่2อย่างนี้ ทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน อย่าตึงเกินไป เพราะการลดความอ้วนต้องทำตลอดชีวิต ทำในสิ่งที่ไม่ฝืนใจตัวเองมากไป เรื่องการกินเราต้องควบคุมแต่อยากให้ศึกษาเรื่องCheat day ไว้ เพราะมีประโยช์นในทางวิทยาศาสตร์และส่งผลดีต่อจิตใจ สุดท้ายอยากจะย้ำว่า ถามตัวเองว่าเราใช้เวลากี่ปีกว่าที่เราจะอ้วน เวลาจะผอมก็ต้องใช้เวลาบ้าง สูตร3วัน7วันผอมไม่มีอยู่จริงครับ มีแต่สูตร3เดือน6เดือน ลดความอ้วนทำได้ทุกคนแต่ต้องใช้เวลา

 

 

ติดตามคุณตี๋เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/udomsak.sakuldeemekiat
เปิดวาร์ปลูกชายคุณตี๋ https://www.facebook.com/rock.sakuldeemekiat  ค่ะ 🙂


 

เห็นมั้ยคะทุกคนว่าการหันมาดูแลตัวเองเนี่ย ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ วัยไหน เป็นใครก็ทำได้นะคะ ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะรักตัวเองค่ะ กว่าร่างกายเราจะอ้วน จะเจ็บป่วยได้เนี่ย ต้องสะสมกันมาเท่าไหร่ จะให้ดีทันทีเลยก็เป็นไปได้เนอะ สิ่งที่สำคัญคือเราต้องมีวินัย มีความตั้งใจที่จะทำค่ะ ทุกคนทำได้แน่นอน

สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงหากออกกำลังกาย เช่น โรคหัวใจ พราวแนะนำให้หาข้อมูลให้ดี หรือปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะว่าในเคสของเราสามารถออกกำลังกายได้ระดับไหน แต่จริงๆแล้วการคาร์ดิโอแบบเบาๆ-ระดับปานกลาง จะส่งผลดีต่อหัวใจของเราค่ะ 🙂

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกคนมากๆเลยนะคะที่ติดตามอ่านบทความของพราว ยังไงก็ขอให้บทความสัมภาษณ์สั้นๆนี้เกิดประโยชน์และให้แรงบันดาลใจแก่ทุกคนนะคะ มารักตัวเองกันมากๆน้าาา แล้วก็แชร์ความรัก แชร์ความสุขภาพดีให้กับคนข้างๆหรือครอบครัว คนที่คุณรักกันด้วยนะคะ

 

พราว
Taste & Naked by Thikumporn